รีวิว The Babadook (+Spoil)

posted on 12 Oct 2014 18:09 by aleceae directory Entertainment

 The Babadook (2014)

 
 
 
อืม ชักจะรู้สึกละว่าไม่สามารถรีวิวหนังแบบไม่สปอยล์ได้ 55 (กลายเป็นนิสัยเสียสินะ Undecided)
 
 
 
ช่วงที่ดูหนังก่อนหน้านี้ก็เห็นโปสเตอร์ข้างบนมาสักพักแล้วค่ะ แล้วไม่รู้เป็นไร คือเราไม่กลัวเลย กลับมองว่าเจ้าตัวบาบาดุคนี่ทำไมมันน่ารัก(?)แบบแปลกๆ มากลัวเอาก็ตอนเห็นตัวอย่างหนังนี่ล่ะ
 
 
 
ซึ่งพี่สาวเราอ่ะ โคตรรรรรชอบเก็บแต้มหนังสยองอ่ะ Yell คือเพิ่งไปดู Annabelle มาไม่กี่วัน ก็มาต่อด้วยเรื่องนี้เลยค่ะ Foot in mouth
 
 
 
 
ก่อนจะไปดู พี่สาวเราก็เช็คคำวิจารณ์จากโซนฝรั่งโน้น เขาชมว่าระดับความหลอนสูงปรี๊ดดดด แซงหน้าชนะ Insidious (เราไม่ได้ดู) Annabelle Conjuring ไรงี้อีกนะ  อุว้าว ก็น่าสนสิ จะน่ากลัวขนาดไหนกัน แบบนี้ต้องลอง  Surprised  (ไม่ถงไม่ถามความเห็นน้องสาวสักคำ Undecided)
 
 
 
 
ก็ตามที่รู้กันคร่าวๆ เป็นเรื่องของแม่ลูกคู่นึง ที่วันดีคืนดีไปเปิดอ่านหนังสือนิทาน(??)บาบาดุคเข้า นับจากนั้นในบ้านก็มีเรื่องหลอนๆ เกิดขึ้น
 
 
 
ซึ่งความคาดหวังของเราก็สูงปรี๊ดเลย ฝรั่งหวาดกลัวกันสุดๆ เลยนะ  เข้าไปแล้วต้องหลอนขนาด  ปิดตาดู หูเงี่ยฟัง  ยังหลอนค้างมาถึงบ้าน  นอนไม่หลับไปสามวันสามคืนแหงๆ
 
 
 
แต่ๆๆ มันมะช่ายนะพี่น้อง! Sealed   ขอเบรกไว้เลยสำหรับคนที่คาดหวังความสยองขวัญ  ท่านจะผิดหวังได้  เพราะหนังมันไม่น่ากลัวขนาดนั้นนะจ๊ะ Foot in mouth 
 
 
 
คือหนังมีความน่ากลัวอยู่ส่วนหนึ่ง แต่เล่นกับความคิดของคนดูมากกว่า นับว่าเป็นหนังปลายเปิด ที่ข้อสรุปคงเป็นไปตามความคิด ความเชื่อของคนดูแต่ละคน
 
 
 
เราให้ 7.5 / 10 นะคะเรื่องนี้
 
 
 
เข้าส่วนสปอยล์!!  เรียงไม่เป๊ะตามความทรงจำ  ขาดๆ หายๆ อีกต่างหาก Cry  
 
 
 
ขุ่นแม่(จำชื่อมะได้)อยู่กับแซมเมลลูกชายวัยเจ็ดขวบแค่สองคน หนังเท้าความว่าวันที่เจ็บท้องคลอด ออสการ์คุณสามีรีบขับรถพาไปโรงพยาบาล แต่เกิดอุบัติเหตุ กลายเป็นว่าสามีเสียชีวิตในวันที่ทารกน้อยลืมตาดูโลก ส่วนนี้ทำให้เราคิดว่าตัวแม่น่าจะโทษลูกชายอยู่ลึกๆ ว่าเป็นคนพรากสามีผู้เป็นที่รักไป (สามีแซ่บไม่น้อยนะจ๊ะ จุดนี้เราเข้าใจ Cry)  และไม่เคยจัดงานวันเกิดแบบตรงวันเป๊ะๆ ให้ลูกเลย  (ทำใจไม่ได้)
 
 
ฝ่ายลูกชาย ต้นๆ เรื่องก็โคตรเด็กเลี้ยงยากเลย อยู่ในวัยมีจินตนาการสูง ชอนหลอนตอนกลางคืนว่ามีปีศาจงู้นงี้ซ่อนอยู่ตามซอกตู้ ใต้เตียง ตกดึกก็จะวิ่งหาแม่ (นอนคนละห้องตามประเพณีเลี้ยงลูกของฝรั่ง) ให้แม่เปิดเช็คตู้ ดูใต้เตียงว่าไม่มีอะไร แล้วก็ต้องเล่านิทานให้ลูกฟัง คอยอยู่ด้วยจนลูกหลับ  ค่อยกลับไปนอนห้องตัวเองได้  หรือบางคืนก็นอนให้ลูกกอด  ลูกก็นอนรัดคอซะแน่น กัดฟันอีกต่างหาก มะม้าอดหลับอดนอนสุดๆ 
 
 
(สังเกตว่าไม่ค่อยเป็นฝ่ายกอดลูกเองนะ  เวลากินข้าวก็นั่งห่างคนละมุม  ครอบครัวไม่อบอุ่นค่ะ)
 
 

ทีนี้ด้วยความที่ขาดพ่อหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผนวกกับเป็นเด็กช่างประดิษฐ์ แซมเมลแอบไปสร้างเครื่องไม้เครื่องมือที่ห้องใต้ดิน แล้วเอามาเล่น  บอกว่าจะเป็นคนปกป้องแม่เอง   จนกระจกแตก แม่เอือมแบบอดทนอยู่เงียบๆ พาไปส่งโรงเรียน
 
 
ระหว่างนั้นขุ่นแม่ก็ไปทำงาน เป็นคนดูแลผู้เฒ่าผู้แก่ที่หลงๆ ลืมๆ
 
 
บ่ายๆ โรงเรียนก็โทรไปหาขุ่นแม่ถึงที่ทำงาน  ปรากฏว่าแซมเมลยังแอบเอาหน้าไม้ไปเล่นที่โรงเรียนอีก  ครูก็เสนอว่าควรแยกมาจับตาดูเป็นพิเศษ แต่แม่ไม่ยอม  ชีวิตลูกก็ยากอยู่แล้ว ยังมีคนไม่เข้าใจเขาอีก (ก็มีส่วนที่รักลูกอยู่) พาลูกขึ้นรถกลับ  ก็ไปแวะสนามเด็กเล่น  ขุ่นแม่มีน้องสาว ซึ่งน้องสาวก็มีลูกสาว   ที่ผ่านมาจัดวันเกิดรวมกันหลานสาวตลอด  แต่ปีนี้หลานสาวไม่ยอมแล้ว  แซมมันห้าวเกินไป  ขอธีมสาวน้อยวัยใสมั่งเหอะ  พวกแม่ๆ ก็คุยกันเพลิน รู้ตัวอีกทีเด็กชายปีนขึ้นไปยืนบนคานชิงช้า  ขุ่นแม่กรี๊ด
 
 
ตัดมาในรถ ลูกชายกรี๊ดดดดดดอยู่เบาะหลัง  แม่ขับรถหน้าตาอึนๆ  (ขุ่นแม่คงเพิ่งจัดชุดใหญ่)
 
 
 
คืนนั้นเหมือนแม่จะรู้สึกผิด ก็บอกลูกว่าจะอ่านนิทานให้ฟัง ลูกเลือกได้ตาม'บายนะจ๊ะ
 
 
 
 
พ่อเจ้าประคุณแซมเมลก็หยิบเอา The Babadook ออกมายัดใส่มือแม่ซะงั้น โอ่ววววว
 
 
 
อ่านๆ ไปชักประหลาด นี่มันใช่นิทานเด็กแน่เรอะ ทำไมมันหลอนจังฟรุ้ย แค่เห็นแค่ออกชื่อก็จะไม่สามารถกำจัดบาบาดุคออกไปได้  ให้ฉันเข้าไปสิ ฉันจะเคาะประตูสามครั้งแล้วเข้าไปหาเธอ หุหุหุ 
 
 
 
ลูกชายกรี๊ดแต๋วแตกไปเลย แม่ต้องหยิบเล่มอื่นมาอ่านให้ฟัง 555
 
 
 
 
คืนต่อมา เอิ่ม  ตอนแม่จะเข้านอน  ก็หยิบ*อุปกรณ์*บางอย่างเข้าผ้าห่มไปด้วย พวกเรางงอยู่สักพักเลยกว่าจะรู้ =/////=  แต่เหมือนมีผู้หญิงบางคนหัวเราะตั้งแต่แรกเห็นเลยนะครัช แหม่ Cry   (ขุ่นแม่น่าจะมี need ด้านนี้อยู่เนื่องจากขาดสามี เห็นมีแอบมองคู่รักจุ๊บกันในลานจอดรถด้วย)
 
 
 
ขณะที่ขุ่นแม่กะลังได้ที่ เกือบละๆ  ฟากลูกชายนอนไม่หลับ มองไปตรงตู้เหมือนเห็นอะไรสักอย่าง ก็วิ่งจี๋ไปหาขุ่นแม่  ขัดจังหวะได้โลห์ค่ะ 55
 
 
 
รุ่งขึ้นระหว่างนั่งรถ ลูกชายก็หลอนบาบาดุคอีก แม่ไม่เชื่อ จนลูกกรี๊ดมากๆ เข้า มีอาการชักไปเลย  ก็พาแซมเมลไปหาหมอ ก็ตามปกติที่ไม่เจออะไรเป็นพิเศษ  (คงแปลกมากสำหรับหนังแนวนี้ถ้าหมอจะมองหน้าจอแล้วพยักหน้าเคร่งขรึม หันมาบอกขุ่นแม่ว่าลูกชายคุณมีอาการชักเนื่องจากสมองส่วนที่ควบคุมการ เคลื่อนไหวทำงานผิดปกติเนื่องจากถูกกระตุ้นด้วยความรู้สึกหวาดกลัวผีบาบาดุ คที่โก้งโค้งเหนือร่างลูกชายคุณตอนนี้นะครับ  ผมจะแนะนำหมอผีที่รู้จักมาไล่ผีให้ละกัน)
 
 
ขุ่นแม่รู้สึกรับไม่ไหวละ ขอให้หมอสั่งยาให้ลูกชาย คล้ายๆ ยาระงับประสาท  ซึ่งหมอเหวอไปเลย  แม่ปกติเขาไม่รีเควสกัน  แต่ก็เห็นใจอ่ะนะ คงเจอมาหนักจริงๆ อ่ะ หมอสั่งให้สำหรับอาทิตย์นึงละกัน แต่มันมีผลข้างเคียงนะคุณ
 
 
 
แต่หม่าม้าน่ะนาทีนี้อะไรก็เอาหมดละ  ไม่สน side effect ใดใด Foot in mouth
 
 
 
คืนนั้น ลูกเทคยาคืนแรก ง่วงซึมหลับไปปกติ ขุ่นแม่นี่ดิ เริ่มละ เริ่มได้ยินเสียงเคาะประตูสามครั้ง จำไม่ค่อยได้ละค่ะว่าเป็นไงต่อ เหมือนวันแรกไม่มีอะไร หลอกให้คนดูกลัว แปปๆ เช้า 
 
 
 
มีฉากแม่เอานิทานบาบาดุคฉีกๆๆ แล้วไปทิ้งถังขยะหน้าบ้าน
 
 
 
วันถัดมามั้ง ยังกลางวันแสกๆ ก็มีเสียงเคาะประตูสามครั้ง แม่เปิดไปไม่มีใคร ปิดประตู  เคาะสามครั้งอีก เปิดไปก็ยังไม่ใีใคร ทีนี้ตรงหน้าประตู นิทานบาบาดุคกลับมาอีก เปิดดู มีการซ่อมแซมหน้าที่ถูกฉีกทิ้ง เหมือนเอากาวทา  แล้วดั๊นนน มีวาดเพิ่มจากล่าสุด  คือเห็นรูปวาดตัวเองบีบคอหมาตาย  บีบคอลูกชายตาย แล้วฆ่าตัวตาย  (อีนิทานนี่ล่ะหลอน)
 
 
ขุ่นแม่เผาทิ้งเลยครัชชชช Embarassed
 
 
 
จากนั้นก็เริ่มหลอนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มเห็นเงาบาบาดุคมุมนั้นมุมนี้ กลัวจนโทรหาน้องสาว น้องก็ไม่ได้ช่วยไร แต่ก็มีพูดเท้าความว่าเจ๊ควรกลับไปเป็นนักเขียนนิทานเด็กเหมือนเมื่อก่อนนะ (ตอนที่สามียังอยู่) ชีวิตอาจจะดีขึ้น
 
 
 
พอวางสายจากน้องเสร็จ มีสายลึกลับโทรเข้าทันที  เป็นเสียงซ่าๆ แล้วก็พูกว่า  "บา บา ดุค ดุค ดูคคคคคคคคค"  (เปล่งเสียงได้แค่นี้ล่ะ ทั้งเรื่อง Foot in mouth)   ((เสียงเนี่ยแรกๆ จะว่าหลอนก็หลอนนะ พอฟังไปเรื่อยๆ ท้ายเสียงเค้นมากจนแหบแห้ง เจ๊สงสาร ทำท่ายื่นลูกอมฮอลล์ให้  ส่งฮอลล์คูลไป! Surprised  ))
 
 
พอไปแจ้งความว่าเหมือนถูกคุกคาม  ตำรวจก็ช่วยไรไม่ได้อีก 
 
 
 
บรรยากาศ ในบ้านก็แย่ลงเรื่อยๆ  คือใกล้ถึงวันเกิดลูกชาย (วันครบรอบสามีจากไป)  แม่ก็หลอนบาบาดุค จะเห็นได้ว่าลูกชายเริ่มปกติขึ้น ตัวแม่กลับแย่ลงๆ
 
 
มาถึงวันพีค  เหมือนแม่ไม่เอาไรและ ขอตูนอนพักเถอะ ไม่ดูแลลูก ไม่ไปทำงาน  พอลูกมาขอให้ช่วยทำอาหาร เพราะหิวมาก แม่ก็ด่าแรงมาก จนลูกวิ่งหนี     แม่นอนๆ ไปสักพัก สำนึกได้ ตูพูดอะไรไป  ก็เข้าไปง้อ
 
 
ลูกพูดเตือนว่าแม่อย่าให้บาบาดุคเข้ามานะ  เราต้องเข้มแข็ง  ถ้าแม่ปกป้องผม ผมก็จะปกป้องแม่ (ว้าย ลูกแมนเวอร์ค่ะ ใช่น้องหลอนตอนต้นเรื่องจริงดิ)
 
 
 
ตกดึก แม่กล่อมให้ลูกชายกินยาอีก คราวนี้เด็กแกล้งทำเป็นกินยา จริงๆ ยายังอยู่ในมือ (เด็กฉลาดชาติเจริญค่ะ)
 
 
 
หลังจากฉากกินยา  จะเป็นช่วงที่คนดูเริ่มไม่แน่ใจว่าที่เห็นนี่มันความจริงหรือแม่เพ้อ  และเป็นช่วงหลอนจัดเต็มขั้นสุดของหนังละ! Surprised 
 
 
 
แม่ดูเพ้อมาก นั่งดูทีวีไปเบลอไปเพราะอดนอน  คือหลอน ไม่กล้านอนบนห้อง  บ้างก็เห็นลูกนอนจมกองเลือด  แล้วก็เฉลยว่ากึ่งๆ ฝันไปเอง   (ที่จริงลูกน่าจะอยู่ในห้องนอน แอบสังเกตการณ์แม่อยู่) 
 
 
สักพัก บาบาดุคก็โผล่มา ขุ่นแม่กลัวมาก วิ่งหนีเข้าห้องนอน เจ้าดุคก็ตามไปถึงข้างบน  แม่กลัวลนลานคลานหนี  ดุคหล่นจากเพดานลงมาเข้าสิงแม่
 
 
 
ตัดมาอีกฉาก แม่นั่งดูทีวี หน้าตาหลอนๆ ท่าทางไม่ปกติละ ลูกก็กลัวๆ แอบดูอยู่ตรงบันได  ทีวีก็ฉายภาพตัดสลับไปเรื่อยแบบลึกลับหลอกหลอน บิ๊วมาก หมาที่เลี้ยงไว้ก็ลงไปหาแม่ (แซมเมลรั้งไว้ไม่ทัน)
 
 
โอ้วไม่นะ ก็เป็นอย่างที่ทุกคนคิด เหตุการณ์เป็นไปตามนิทาน ขุ่นแม่รำคาญจัดจับหมาหักหอ ทิ้งลงพื้นตุ๊บ (ตุ๊กตาจัดๆ เลยจ้ะ ตอนหมาร่วงพื้นเนี่ย)
 
 
 
ลูกสะดุ้งกลัว แม่หันมองขวับ! แล้วก็วิ่งไล่ ลูกหลบเข้าไปในห้องนอนตัวเอง  ตอนแรกแม่กล่อมดีๆ ให้เปิดประตูออกมาเถอะ ไม่มีไรนี่  ลูกไม่ยอม  สีหน้าขุ่นแม่เปลี่ยนไป ตะคอกด่า โหนกรอบประตูกระโดดถีบจนประตูเปิดผาง  (เห้ยยยยยย มันไม่ใช่ละ Foot in mouth)
 
 
แม่เข้าไปยืนด่า  แบบด้านมืดออกมาหมดเลยว่าเบื่อ เกลียด รำคาญลูกไรบ้าง ลักษณะการยืนไม่ใช่คนปกติมากๆ ลูกก็ตะโกนใส่ว่าแกไม่ใช่แม่ชั้น แม่ก็เปลี่ยนสีหน้า กลับมาพูดจาดีๆ บอกว่าจะพาไปหาพ่อนะ  บรึ๋ย
 
 
 
ลูกสู้ค่ะ เอาอุปกรณ์มายิงลูกหินกระแทกเหม่งหัวแม่ โอ้ว  แล้วก็วิ่งหลบจากห้องไป  แม่ตามออกมา ไม่เจอ  ลูกหลบอยู่ในเงาซอกวางของข้างบันได (ณ จุดนี้ลูกหลอนกว่าแม่นะคะ)
 
 
 
ตุบๆๆ เสียงเคาะประตูสามครั้งหันเหความสนใจแม่ แต่เสียงเคาะคราวนี้ไม่หลอนแล้ว เพราะความหลอนไปอยู่ที่แม่หมดละ
 
 
 
แม่เดินไปดู  คุณป้าข้างบ้านมาถามค่ะ คงได้ยินอะไรบ้าง แต่ไม่มั่นใจ  แม่ก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่มีปัญหาไรนี่คะ
 
 
 
คุยจบ  เดินมาเจอลูกยืนมองที่ห้องครัว แม่ก็เข้าไปกอด บอกว่ามะกี้ป้าข้างบ้านมาถาม แม่คิดได้ละ มาดีกันเถอะ เมื่อกี้แม่คงหงุดหงิดไปหน่อย เดี๋ยวแม่พาลูกไปหาพ่อนะ มันเป็นที่ที่สวยมากๆ (เอะอะพาหาพ่อนะ พ่อไม่อยู่บนโลกนี้แล้วนาเหวย Undecided)
 
 
 
ลูกก็เข้าไปกอดแม่ แต่หยิบมีดปักหัวเข่า วิ่งหนีลงห้องใต้ดิน แม่ภาคโหดวิ่งตามลงมา ลูกใช้ไม้ตีจนแม่สลบ
 
 
 
แม่ตื่นขึ้นอีกรอบ พบว่าตัวเองถูกมัดตรึงพื้นไว้ ก็ค่อยๆ อาละวาดตามเสต็ป  ลูกเชียร์ให้สู้ บอกว่าผมรักแม่นะ แต่ผมรู้ว่าแม่ไม่รักผม เพราะบาบาดุคไม่ให้รัก
 
 
 
แม่ก็ยังคลั่งอาละวาดต่อไป ดิ้นจนมือหลุดมาข้างนึง ดึงลูกเข้ามาบีบคอ ลูกจะขาดใจตายอยู่ละ แต่ลูกก็เอื้อมมือไปลูบแก้มแม่ จุดนั้นเองที่ขุ่นแม่ดิ้นรนจนลุกขึ้นอาเจียนของเหลวสีดำลงพื้น แล้วสองแม่ลูกก็กอดกัน
 
 
 
สองคนพากันขึ้นไปที่ชั้นหนึ่ง  แม่บอกมันจบแล้ว  ลูกก็หันไปหน้าหลอนๆ บอกว่า แม่ลืมแล้วเหรอ เรากำจัดบาบาดุคไปไม่ได้
 
 
(เอาล่ะ Final Wave มาถึง)  ลูกชายถูกสิ่งที่มองไม่เห็นดึงขึ้นไปในห้องนอนแม่ แม่ตามไปทันเห็นลูกลอยกระแทกผนังห้องแล้งเด้งตกขอบเตียง  ก็ไปคว้าลูกมากอด  หันไปทางตู้ ก็เห็นเป็นสามียืนอยู่ แต่คราวนี้ขุ่นแม่รู้ทันละ แม่มไม่ใช่สามีตูแน่ๆ 
 
 
สามีถอย หายเข้าเงามืดไป แล้วก็เป็นบาบาดุคเคลื่อนออกมาแทน  ดุคยืดแขนออกมาจากเงา ร้องเสียงแหบขอฮอลล์อีกละ ลูกหลบหลังแม่อย่างหวาดกลัว แม่ตะโกนสู้ ไล่ออกไป ประมาณว่าบ้านนี้เป็นของฉัน แกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ไปซะ ไปให้พ้น ดุคข่มขวัญแบบบ้านสะเทือนไปทั้งหลัง แม่ก็สู้สุดใจ  สุดท้ายแม่ก็ชนะ  ดุคสิ้นพลังนอนหมอบอยู่กับพื้น แต่ก็ไม่ได้หายไปไหน
 
 
 
แม่เหมือนสงสัย ขยับเข้าไปดูท่ามกลางเสียงร้องห้ามของลูก  เหมือนแม่อยยากรู้ว่าบาบาดุคหน้าตาเป็นไง จุดนี้เราปิดตาซะเยอะ ไม่ค่อยชัวร์เท่าไหร่ว่าแตะโดนหรือเห็นอะไรมั้ย  แต่เห็นว่าดุคเคลื่อนหายกลับลงไปในห่องใต้ดิน
 
 
 
ฉากตัดไป น่าจะเป็นสัปดาห์หลังจากนั้น  แม่กลับไปทำงานพยาบาล  แล้วไปรับลูกชายที่อยู่กับป้าข้างบ้าน  ที่บ้านก็จัดวันเกิดตรงวันให้ลูกเป็นครั้งแรก  เจ้าหน้าที่สงเคราะห์ก็ดูไม่ติดใจ และออกจะเห็นใจด้วย  (ในเรื่องมีฉากที่เจ้าหน้าที่มาหาตอนขุ่นแม่กะลังผวาดุค เลยดูสภาพไม่น่าจะปล่อยให้เลี้ยงเด็กได้)
 
 
 
สองแม่ลูกออกไปเล่นในสวนหน้าบ้าน ความสัมพันธ์และบรรยากาศในบ้านดูดีขึ้นมากๆ เหมือนแม่ลูกปกติ
 
 
 
แต่ๆๆๆ แม่เดินไปถามลูกค่ะว่าวันนี้เป็นไง ลูกชายโชว์ว่าขุดไส้เดือนได้เพียบ แม่ชมเปาะ แล้วก็เอาไปที่ห้องใต้ดิน  ลูกดูอยากลงไปมั่ง แม่บอกรอให้ลูกโตกว่านี้ก่อน
 
 
 
เมื่อเดินลงมาถึง  ก็มีเสียงร้องอย่างดุร้ายเคลื่อนเข้าหา  ขุ่นแม่ดูตกใจแต่ก็ปลอบๆ ว่าไม่มีอะไรนะไม่ต้องกลัว  แล้วก็วางถ้าวยใส่ไส้เดือนลงที่พื้น  ก่อนที่ถ้วยจะเคลื่อนหายเข้าไปในมุมมืด
 
 
 
จบ
 
 
 
Undecided
 
 
 
อาห์
 
 
 
ออกจากโรงมาทุกคนงง  คือหนังทิ้งคำถามไว้ในใจว่าที่เห็นนี่บาบาดุคจริงหรือด้านมืดในใจแม่วะ  มันมีจุดที่น่าสงสัยหลายจุดค่ะ 
 
 
ตัวแม่เคยเป็นนักเขียนนิทาน ตกลงเป็นคนวาดนิทานนั้นเองหรือเปล่า แล้วก็เก็ยมาซ่อม เขียนเพิ่ม แค่ไม่รู้ตัว
 
 
บาบาดุคเองก็ไม่มีที่มาที่ไป จู่ๆ ก็โผล่มาเป็นหนังสืออยู่ในชั้นวางนิทานในห้องแซมเมล
 
 
แถมสุดท้ายก็กำจัดบาบาดุคไปไม่ได้ ยังต้องเลี้ยงไว้ที่มุมมืดเล็กๆ ภายในบ้าน เหมือนด้านมืดในใจที่มีอยู่เสมอ และใช้สติข่มเอาไว้ ให้ไม่ออกมาทำอันตรายใครได้อีก
 
 
 
แต่มันก็แปลกๆ มีอะไรที่แย้งกันอยู่อีก ตอนแม่เป็นคลั่งโดดถีบประตูห้องลูก เราว่ามันเกินเรี่ยวแรงผู้หญิงปกติไปมาก  (แต่เจ๊เถียงว่าถ้าบ้าถึงขั้น คนปกติก็ทำได้?)   แล้วยังฉากอาเจียนของดำนั่นอีก
 
 
 
อย่างที่บอก เรื่องนี้บทสรุปแล้วแต่คนจะตีความค่ะ  ที่แน่ๆ น้องคิดถูกละที่ไม่ได้กินยานอนหลับคืนนั้น ไม่งั้นคงได้ไปเจอคุณพ่อจริงๆ  Foot in mouth
 
 
 
โดยรวมขอให้คะแนน 7.5  / 10 ค่ะ  หนังไม่น่ากลัว  พาเงิบตอนท้ายอีก  บทหลอกเรามาก คือเน้นเรื่องจิตวิทยาสัก 70% เลย ใครชอบแนวจิตวิทยาคงปลาบปลื้มล่ะ  (เราก็ว่าละ รู้สึกว่าบาบาดุคน่ารักแต่แรก  ต้องเชื่อเซนส์แรกของตัวเองสินะ เลี้ยงได้ด้วยรักและไส้เดือน Cry )
 
 
แต่ขอชมนักแสดง แม่-ลูกว่าเก่งมากนะ เอาอยู่ทั้งเรื่อง หน้าหลอนกันดี ถ้าแค่นักแสดงเราให้ 9/10 ค่ะ
 
 
 
 
 
ปล. ขอเว้นหนังแนวนี้ไปสักสามเดือนเหอะนะเจ๊ น้องขนลุก  Undecided
 

Comment

Comment:

Tweet

confused smile

#2 By ปิยะ99 on 2014-10-13 17:33

สปอยล์ยาวมาก Hot! Hot!  ยั้งมือไม่ให้ลาก
เพราะยังไม่ได้ดู อยากดู

#1 By BPPBPP8 on 2014-10-12 21:32